Tag: พรีเมียร์ลีก

ห้าประเด็นสำคัญจากเกมแรกของ โธมัส ทูเคิล ในฐานะผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ

No Comments
โทมัส ทูเคิ่ล

อังกฤษเริ่มต้นยุคของ โธมัส ทูเคิล (Thomas Tuchel) ด้วยชัยชนะ 2-0 เหนือ แอลเบเนีย (Albania) ในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก นักเตะวัยรุ่น ไมลส์ ลูอิส-สเกลลี่ (Myles Lewis-Skelly) ทำประตูในการเปิดตัวครั้งแรกในทีมชาติชุดใหญ่ ก่อนที่กัปตันทีม แฮร์รี่ เคน (Harry Kane) จะยิงประตูที่ 70 ให้กับทีมชาติอังกฤษเพื่อปิดท้ายชัยชนะ

5 ประเด็นน่าสนใจจากเกมประเดิม คุมทีมชาติอังกฤษนัดแรกของ ทูเคิล

  1. ทูเคิล ปลุกกระแสด้วยวิสัยทัศน์ใหม่สำหรับทีมชาติอังกฤษ

ก่อนเกมการแข่งขัน ทูเคิล สร้างพาดหัวข่าวมากมายเมื่อเขากล่าวว่าอังกฤษดูเหมือนเล่นด้วยความกลัวในศึกยูโร 2024 ภายใต้การคุมทีมของ แกเร็ธ เซาธ์เกต (Gareth Southgate) ผู้จัดการทีมคนก่อน เขายังแนะนำว่าต้องการให้ทีมเล่นฟุตบอลในแบบฟิสิคัลสไตล์พรีเมียร์ลีก (Premier League)

ทูเคิล เป็นที่รู้จักในความยืดหยุ่นทางยุทธวิธี ไม่มีใครแน่ใจว่าเขาจะเลือกรูปแบบการเล่นแบบใด แต่ในที่สุดเขาก็ส่งอังกฤษลงสนามในระบบ 4-2-3-1

แม้ว่าทีมของ ทูเคิล มักจะเป็นที่รู้จักในเรื่องความเข้มข้นและการกดดันคู่แข่ง แต่อังกฤษค่อนข้างยากที่จะแสดงทั้งสองอย่างนี้ต่อทีมที่ตั้งรับอย่างแน่นหนาอย่าง แอลเบเนีย โดยเฉพาะในครึ่งแรก

และกุนซือชาวเยอรมันยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการครองตำแหน่ง โดยเพิ่งพบกับนักเตะของเขาเมื่อสี่วันก่อนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม

  1. ความอดทนเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ

“โธมัส ทูเคิล มีเวลาฝึกซ้อมกับทีมเพียงสามวัน – คุณไม่สามารถคาดหวังให้เห็นทีมอังกฤษที่แตกต่างได้” ลีออน ออสแมน (Leon Osman) อดีตกองกลางทีมสิงโตคำราม กล่าวทางบีบีซี เรดิโอ 5 ไลฟ์ (BBC Radio 5 Live)

“เราชนะการแข่งขันฟุตบอล เมื่อเราได้ประตูนำ ก็ไม่มีความเร่งรีบ”

“เราต้องการความบันเทิง มีองค์ประกอบบางอย่างของการควบคุมซึ่งดีในฟุตบอลทัวร์นาเมนต์”

“ในขณะนี้เราไม่ได้อยู่ในทัวร์นาเมนต์ เราต้องการความบันเทิง”

อังกฤษครองบอล 74% และมี 12 การยิงเทียบกับ 3 ของแอลเบเนีย โดยเจ้าบ้านทำได้ทั้งหมด 6 การยิงตรงกรอบในเกมนี้

ในครึ่งแรก พวกเขาผ่านบอลสำเร็จ 437 ครั้ง ซึ่งมากที่สุดในบันทึกของ ออปต้า (Opta) สำหรับครึ่งแรกของทีมชาติอังกฤษ

  1. การปรับตัวหลังพักครึ่ง

ผู้มาเยือนพยายามเล่นมากขึ้นหลังพักครึ่ง แต่แนวรับของอังกฤษถูกทดสอบเพียงไม่กี่ครั้งจากตัวสำรอง อาร์มันโด โบรจา (Armando Broja)

ผลลัพธ์เองก็เป็นไปตามปกติ – ไม่ว่าจะมีผู้จัดการทีมอังกฤษคนใหม่หรือไม่ก็ตาม สิงโตคำรามไม่แพ้ในการแข่งขันรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกหรือยูโรที่เล่นในบ้าน 38 นัดติดต่อกันตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2007 โดยชนะ 34 นัด

  1. มุมมองของผู้เชี่ยวชาญ

“มันเป็นเกมที่ยากจากมุมมองของผู้ชม” แมตต์ อัปสัน (Matt Upson) อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษกล่าวทางบีบีซี เรดิโอ 5 ไลฟ์

“เมื่อเราเข้าสู่จังหวะ มันก็เหมือนกับเกมอังกฤษที่เวมบลีย์ (Wembley) ที่เล่นกับคู่แข่งที่ด้อยกว่า ซึ่งพวกเขาพยายามเจาะแนวรับที่ตั้งรับลึก”

“พวกเราทุกคนต้องการเห็นว่าแผนของโธมัส ทูเคิล จะเกิดขึ้นอย่างไร”

“มีคำถามมากมาย แต่ในที่สุดพวกเขาต้องจัดการกับเกมเอง และอังกฤษทำได้ดี”

  1. บทเรียนสำหรับ ทูเคิล

อัปสันเสริมว่า ทูเคิล น่าจะได้เรียนรู้ที่จะ “เข้าใจว่ามันรู้สึกและดูเป็นอย่างไรในแง่ยุทธวิธี” ที่จะเล่นกับทีมที่ตั้งรับต่ำเช่นแอลเบเนีย นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของยุค ทูเคิล กับทีมชาติอังกฤษ ความท้าทายที่แท้จริงจะอยู่ในเกมต่อๆ ไปเมื่อเขาต้องเผชิญกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งกว่า เราจะได้เห็นการพัฒนาของสไตล์การเล่นและปรัชญาของเขาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ทูเคิล และการปฏิวัติทีมชาติอังกฤษ ความหวังและความท้าทาย

การมาถึงของ โธมัส ทูเคิล ในฐานะผู้จัดการทีมชาติอังกฤษได้สร้างความคาดหวังอย่างมากในหมู่แฟนบอลและผู้เชี่ยวชาญ กุนซือชาวเยอรมันที่เคยคุมทีมยักษ์ใหญ่อย่าง เชลซี (Chelsea), ปารีส แซงต์-แชร์แมง (Paris Saint-Germain) และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (Borussia Dortmund) มีชื่อเสียงในด้านความเฉียบคมทางยุทธวิธีและความสามารถในการปรับทีมให้เข้ากับสถานการณ์ หลังจากที่อังกฤษพลาดโอกาสคว้าแชมป์ยูโร 2024 ภายใต้การนำของ แกเร็ธ เซาธ์เกต การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นโอกาสในการปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริงของกลุ่มนักเตะที่มีพรสวรรค์ sbobet mobile 777 แม้ว่าเกมแรกกับ แอลเบเนีย จะไม่ได้เป็นการทดสอบที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่ก็ให้ข้อมูลเชิงลึกบางอย่างเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ของ ทูเคิล สำหรับทีม ระบบ 4-2-3-1 ที่เขาเลือกใช้แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่จะสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงในแนวรับและพลังในการโจมตี เรื่องสำคัญที่น่าสังเกตคือการที่อังกฤษพยายามผ่านบอลมากขึ้นและควบคุมเกมด้วยการครองบอล ซึ่งเป็นสิ่งที่แตกต่างจากวิธีการเล่นที่ตรงไปตรงมามากกว่าภายใต้การนำของ เซาธ์เกต อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายในการแปลงการครองบอลให้เป็นโอกาสทำประตูที่ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเผชิญกับทีมที่ตั้งรับลึก การปรากฏตัวของ ไมลส์ ลูอิส-สเกลลี่ วัย 18 ปี ซึ่งทำประตูในการเปิดตัวของเขา เป็นสัญญาณบวกสำหรับอนาคต แสดงให้เห็นว่า ทูเคิล เต็มใจที่จะให้โอกาสแก่ผู้เล่นรุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์ นี่อาจเป็นแนวทางที่จะช่วยเติมพลังให้กับทีมด้วยความกระตือรือร้นและพลังงานใหม่ สำหรับแฟนบอลอังกฤษ ความหวังอยู่ที่การผสมผสานระหว่างนักเตะรุ่นใหม่กับผู้เล่นที่มีประสบการณ์อย่าง แฮร์รี่ เคน, เดคลาน ไรซ์ (Declan Rice) และ จู๊ด เบลลิงแฮม (Jude Bellingham) จะนำไปสู่ความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์ใหญ่

ในขณะที่เรามองไปข้างหน้า การแข่งขันรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกจะเป็นโอกาสสำคัญสำหรับ ทูเคิล ในการทดลองและปรับแต่งวิธีการของเขา ความท้าทายที่แท้จริงจะมาในรูปแบบของเกมกับชาติที่แข็งแกร่งกว่า sbobet mobile 777 ซึ่งจะทดสอบความสามารถของเขาในการปรับตัวและตอบสนองต่อสถานการณ์ที่แตกต่างกัน หากแนวทางของ ทูเคิล ประสบความสำเร็จ อังกฤษอาจไปได้ถึงเป้าหมายได้ในที่สุด หากเขาสามารถแปลงพรสวรรค์ที่มีอยู่มากมายให้กลายเป็นความสำเร็จในระดับนานาชาติที่รอคอยมานาน แต่เส้นทางนั้นยังอีกยาวไกล และเพียงแค่เริ่มต้นด้วยชัยชนะเหนือ แอลเบเนีย แฟนบอลอังกฤษต้องมีความอดทนในขณะที่ ทูเคิล ปลูกฝังปรัชญาของเขาในทีม กลยุทธ์ใหม่ต้องใช้เวลาในการพัฒนา และผลลัพธ์ที่แท้จริงจะเห็นได้เมื่อทีมเผชิญกับความกดดันในทัวร์นาเมนต์สำคัญเท่านั้น ในระหว่างนี้ เกมต่อไปของอังกฤษจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับตัวของนักเตะต่อวิธีการของผู้จัดการทีมคนใหม่ และวิธีที่ ทูเคิล  จะเริ่มสร้างทีมที่ทั้งน่าตื่นเต้นและมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถแข่งขันกับทีมที่ดีที่สุดในโลกได้

สามทีมท้ายตารางพรีเมียร์ลีกที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์?

No Comments
สามทีมท้ายตารางพรีเมียร์ลีกที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์

การเลื่อนชั้นสู่ พรีเมียร์ลีก (Premier League) ถือเป็นเป้าหมายสำคัญของทุกสโมสรในฟุตบอลลีกอังกฤษ แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การเลื่อนชั้นกลับดูเหมือนเป็น “คำสาป” มากกว่าความสำเร็จ

เมื่อฤดูกาลที่แล้ว สามทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมา ได้แก่ ลูตัน ทาวน์ (Luton Town), เบิร์นลีย์ (Burnley) และเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (Sheffield United) ต่างต้องตกชั้นกลับไปทันที และในฤดูกาล 2024-25 สามทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้น ได้แก่ เลสเตอร์ ซิตี้ (Leicester City), เซาแธมป์ตัน (Southampton) และอิปสวิช ทาวน์ (Ipswich Town) กำลังเผชิญชะตากรรมเดียวกัน พวกเขารั้งสามอันดับสุดท้ายของตารางคะแนน ซึ่งอาจทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ทั้งสามทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นต้องตกชั้นพร้อมกันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก

ทีมที่เลื่อนชั้นอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกยากขึ้น?

ฤดูกาลที่แล้ว ลูตัน, เบิร์นลีย์ และเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ทำคะแนนรวมกันได้เพียง 66 คะแนน ซึ่งเป็นสถิติแย่ที่สุดของสามทีมที่ตกชั้นในฤดูกาลแข่งขันแบบ 38 นัด

อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลนี้อาจทำสถิติแย่กว่าเดิม เนื่องจากการวิเคราะห์จาก Opta ระบุว่าสามทีมท้ายตารางอย่าง เซาแธมป์ตัน, อิปสวิช และเลสเตอร์ อาจจบฤดูกาลด้วยคะแนนรวมเพียง 58 คะแนน

หลังผ่านไป 28 นัด ทั้งสามทีมมีคะแนนรวมกันเพียง 43 คะแนน ซึ่งเป็นสถิติต่ำสุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกสำหรับช่วงเวลาเดียวกัน และยังน้อยกว่าคะแนนรวมของสามทีมท้ายตารางในฤดูกาลที่แล้วที่ทำไว้ 49 คะแนน

เซาแธมป์ตันจะกลายเป็นทีมที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกหรือไม่?

เป้าหมายของ เซาแธมป์ตัน (Southampton) ในฤดูกาลนี้คือการอยู่รอดในพรีเมียร์ลีก แต่ปัจจุบันพวกเขาตามหลังอันดับที่ 17 อย่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน (Wolves) ถึง 14 คะแนน และเหลือการแข่งขันเพียง 10 นัด โอกาสรอดตกชั้นจึงแทบไม่มี

ตอนนี้ทีมของ อีวาน ยูริช (Ivan Juric) กำลังพยายามหลีกเลี่ยงการเป็นทีมที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก หากพิจารณาจากคะแนนรวม

ทีมที่เคยทำผลงานแย่ที่สุดคือ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ (Derby County) ฤดูกาล 2007-08 ซึ่งจบฤดูกาลด้วยเพียง 11 คะแนน น้อยกว่าสถิติเดิมของ ซันเดอร์แลนด์ (Sunderland) ในฤดูกาล 2005-06 ที่ทำไว้ 15 คะแนน

ความพ่ายแพ้ล่าสุดของ เซาแธมป์ตัน ต่อ ลิเวอร์พูล (Liverpool) หมายความว่าพวกเขามีเพียง 9 คะแนน ซึ่งน้อยกว่าที่ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ เคยมีหลังผ่านไป 28 นัด ในปี 2008

ข่าวดีสำหรับแฟนบอลเซาแธมป์ตันคือ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ เก็บได้เพียง 1 คะแนนจาก 30 คะแนนสุดท้าย ของฤดูกาลนั้น ดังนั้น เซาแธมป์ตันต้องการเพียง 3 คะแนนจาก 10 นัดที่เหลือ เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นทีมที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก

หากคุณกำลังมองหาทางเข้าแทงบอลออนไลน์ที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ sbobet beer555 คือตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ บริการฝาก-ถอนของ sbobet beer555 รวดเร็วและปลอดภัย รองรับธนาคารชั้นนำในประเทศไทย

 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พ่ายคาบ้านให้กับ ไบรท์ตัน ในเกมพรีเมียร์ลีก

No Comments
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พ่ายคาบ้านให้กับ ไบรท์ตัน ในเกมพรีเมียร์ลีก

ไบรท์ตัน (Brighton) ได้อาศัยความผิดพลาดครั้งใหญ่ของผู้รักษาประตู อังเดร โอนานา (Andre Onana) ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Manchester United) ส่งผลให้เจ้าบ้านต้องพ่ายแพ้เป็นนัดที่ 4 จาก 5 เกมในพรีเมียร์ลีก (Premier League) ที่เล่นในบ้าน และทำให้ทีมของ รูเบน อาโมริม (Ruben Amorim) ยังคงจมอยู่ในครึ่งล่างของตาราง

ทีมเยือนนำไปก่อนแล้วด้วยประตูจาก ยันคูบา มินเตห์ (Yankuba Minteh) และ เคาโร่ มิโตมะ (Kauro Mitoma) เมื่อ โอนานา (Onana) วิ่งออกมารับบอลต่ำจากการครอสของ ยาซิน อยารี่ (Yasin Ayari)

ดูเหมือนจะเป็นจังหวะรับบอลที่ง่าย แต่ไม่รู้อย่างไร โอนานา (Onana) จับบอลได้แล้วก็ทำหลุดมือ จอร์จินิโอ รุตเตอร์ (Georginio Rutter) ที่ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองแทบไม่อยากเชื่อสายตาเมื่อเขาได้ยิงบอลเข้าประตูที่ว่างเปล่า ขณะที่ โอนานา (Onana) แสดงความผิดหวังกับความผิดพลาดที่อธิบายไม่ได้ของตัวเอง

นี่ไม่ใช่วิธีที่นักเตะ ยูไนเต็ด อยากจะระลึกถึงการจากไปของตำนานกองหน้า เดนิส ลอว์ (Denis Law) แต่พวกเขาก็ไม่สมควรได้มากกว่านี้และทั้งนี้หากใครไม่อยากพลาด sbobet มือถือ777 สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์นี้ได้เลยครับ

ในขณะที่แชมป์โลกปาเป้า ลุค ลิตต์เลอร์ (Luke Littler) แฟนตัวยงของ ยูไนเต็ด นั่งชมเกม ไบรท์ตัน ทำประตูได้ตั้งแต่นาทีที่ 5 เมื่อ มิโตมะ (Mitoma) พาบอลทะลุก่อนจ่ายให้ มินเตห์ (Minteh) ยิงจบสกอร์

หลังจากนั้น บรูโน่ แฟร์นันเดส (Bruno Fernandes) ตีเสมอให้ ยูไนเต็ด ด้วยจุดโทษในนาทีที่ 23 มินเตห์ (Minteh) กลายเป็นผู้จ่ายบอลในนาทีที่ 60 เมื่อเขาเปิดบอลไปที่เสาไกล และ มิโตมะ (Mitoma) เอาชนะ นุสแซร์ มาซราวี (Noussair Mazraoui) ในการโหม่งบอลเข้าประตูจากระยะไม่ถึงหลา

ก่อนหน้านั้น ไบรท์ตัน มีประตูของ เจา เปโดร (Joao Pedro) ที่ถูก VAR ยกเลิกเนื่องจากมีการฟาวล์ ดิโอโก้ ดาลอต (Diogo Dalot) ในจังหวะก่อนหน้า

นี่เป็นชัยชนะครั้งที่ 6 จาก 7 เกมที่ ไบรท์ตัน เจอกับ ยูไนเต็ด ในขณะที่มีเพียง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) เท่านั้นที่สามารถทำได้เหมือนพวกเขาในการชนะที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด (Old Trafford) สามนัดติดต่อกันในยุคพรีเมียร์ลีก

ผลการแข่งขันนี้ทำให้ทีมของ ฟาเบียน เฮอร์เซเลอร์ (Fabian Hurzeler) ยังคงอยู่ในการแข่งขันเพื่อคว้าโควตายุโรป ส่วน ยูไนเต็ด จบสถิติไร้พ่าย 3 เกมติดต่อกัน พวกเขาแพ้ 4 จาก 6 เกมหลังในลีก และตามหลัง ฟูแล่ม (Fulham) ที่อยู่อันดับ 10 อยู่ 7 แต้ม และนำทีมในโซนตกชั้น 10 แต้ม

วันนี้ทางเรา จึงสรุปข่าวของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาให้ทุกคนได้อ่านกันครับ และทั้งนี้หากใครไม่อยากพลาด sbobet มือถือ777 สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์นี้ได้เลยครับ

 

ซาลาห์ “ห่างไกล” จากการต่อสัญญาฉบับใหม่กับ ลิเวอร์พูล

No Comments
โมฮัมเหม็ด ซาลาห์

ซาลาห์ “ห่างไกล” จากการต่อสัญญาฉบับใหม่กับ ลิเวอร์พูล

โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ (Mohamed Salah) ปีกดาวยิงวัย 32 ปี ของ ลิเวอร์พูล (Liverpool) กล่าวว่าเขายังคง “ห่างไกล” จากการตกลงต่อสัญญาฉบับใหม่กับสโมสรใน พรีเมียร์ลีก (Premier League)

ซาลาห์ (Salah) ซึ่งจะหมดสัญญากับทีมในช่วงสิ้นสุดฤดูกาลนี้ สามารถเจรจากับสโมสรนอก อังกฤษ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม เพื่อย้ายทีมแบบไม่มีค่าตัวเมื่อสัญญาปัจจุบันสิ้นสุดลง ล่าสุดเขาทำประตูที่ 20 ของฤดูกาลในเกมที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เวสต์แฮม (West Ham) 5-0 ที่ ลอนดอน สเตเดี้ยม (London Stadium) เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ทีมนำจ่าฝูงห่างอันดับ 2 ถึง 8 คะแนนและหากใครไม่อยากพลาด ทีเด็ด บอล sbobet สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์นี้ได้เลยครับ

เมื่อถูกถามถึงอนาคตหลังจบเกม ซาลาห์ (Salah) กล่าวกับ สกาย สปอร์ตส์ (Sky Sports) ว่า “ไม่ครับ เรายังห่างไกลจากเรื่องสัญญามาก และผมไม่ต้องการพูดอะไรในสื่อ สิ่งเดียวที่ผมคิดถึงตอนนี้คือผมต้องการให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ลีก และผมอยากเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จนั้น ผมจะทำดีที่สุดเพื่อทีมในการคว้าถ้วยรางวัล มีหลายทีมที่กำลังไล่ตามเรามา เราต้องมีสมาธิ อ่อนน้อมถ่อมตน และสู้ต่อไป”

นอกจาก ซาลาห์ แล้ว เวอร์จิล ฟาน ไดค์ (Virgil van Dijk) กัปตันทีม และ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (Trent Alexander-Arnold) แบ็คขวาทีมชาติ อังกฤษ ก็จะหมดสัญญาในช่วงสิ้นสุดฤดูกาลเช่นกัน

อาร์เน สล็อต (Arne Slot) ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล กล่าวว่าเขาไม่กังวลที่นักเตะทั้งสามรายสามารถเซ็นสัญญาล่วงหน้ากับทีมต่างประเทศได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม “ผมคิดว่าผมมีการควบคุมในสิ่งที่พวกเขาทำได้มาก ไม่ว่าจะเป็นในสนามซ้อม หรือในห้องประชุมกับผม แต่เรื่องชีวิตส่วนตัว ผมควบคุมไม่ได้ ผมควบคุมได้ในระดับหนึ่งในสิ่งที่ผมคาดหวังจากพวกเขาในสนาม และผมดีใจมากที่ได้เห็นสิ่งที่ เวอร์จิล เทรนท์ และ โม (ซาลาห์) มอบให้”

ก่อนหน้านี้ในฤดูกาลนี้ ซาลาห์ เคยกล่าวว่าเขา “ผิดหวัง” ที่สโมสรไม่ยื่นข้อเสนอสัญญาใหม่ให้ และหลังเกมที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) เมื่อต้นเดือนนี้ เขาบอกว่าเล่นเกมนั้นราวกับว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกับทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า (Pep Guardiola)

แดนนี่ เมอร์ฟี่ (Danny Murphy) อดีตกองกลาง ลิเวอร์พูล กล่าวว่าเขายังเชื่อมั่นว่า ซาลาห์ จะอยู่ที่ แอนฟิลด์ (Anfield) ต่อไป “ผมหวังว่ามันเป็นเพียงเกมการเจรจาต่อรอง แฟนบอล ลิเวอร์พูล ทุกคนอยากให้เขาอยู่ต่อ และผมมีความรู้สึกที่ดีมากว่าเขาจะอยู่และพวกเขาจะตกลงกันได้ พวกเขาแค่ใช้เวลา ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติเมื่อคุณกำลังพูดถึงเงินจำนวนมหาศาล เขาเป็นนักเตะที่สำคัญที่สุดของ ลิเวอร์พูล ในตอนนี้ พวกเขาต้องจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้น”

สถิติอันน่าทึ่งของ ซาลาห์

  • ซาลาห์ ทำทั้งประตูและแอสซิสต์ได้ในแปดเกม พรีเมียร์ลีก ให้ ลิเวอร์พูล ฤดูกาลนี้ ซึ่งมากที่สุดเท่าที่นักเตะเคยทำได้ในหนึ่งฤดูกาล พรีเมียร์ลีก
  • ซาลาห์ มีส่วนร่วมในการทำประตู 30 ครั้งจากการลงเล่นเพียง 18 เกมใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ (17 ประตู, 13 แอสซิสต์) ซึ่งเป็นจำนวนเกมที่น้อยที่สุดที่นักเตะเคยใช้ในการมีส่วนร่วมทำประตู 30 ครั้งในหนึ่งฤดูกาล พรีเมียร์ลีก
  • ด้วยการทำประตูและแอสซิสต์เพิ่มในวันอาทิตย์ ซาลาห์ มีส่วนร่วมในการทำประตูถึง 52 ครั้งในทุกรายการในปี 2024 (29 ประตู, 23 แอสซิสต์) มากกว่านักเตะคนอื่นในลีกใหญ่ห้าลีกของ ยุโรป
  • ซาลาห์ ทำประตูได้ 20+ ประตูในทุกรายการครบทั้งแปดฤดูกาลที่อยู่กับ ลิเวอร์พูล ใน พรีเมียร์ลีก มีเพียง อลัน เชียเรอร์ (Alan Shearer) (10 ครั้ง) และ แฮร์รี่ เคน (Harry Kane) (9 ครั้ง) เท่านั้นที่ทำได้มากกว่าดาวยิงชาว อียิปต์ รายนี้

วันนี้ทางเรา จึงสรุปข่าวของ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์  มาให้ทุกคนได้อ่านกันครับ และหากใครไม่อยากพลาด ทีเด็ด บอล sbobet สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์นี้ได้เลยครับ

 

วิเคราะห์วิกฤตที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป๊ป กวาร์ดิโอลาเผชิญบททดสอบครั้งใหญ่

No Comments
วิเคราะห์วิกฤตที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) ภายใต้การนำของผู้จัดการทีมชื่อดัง เป๊ป กวาร์ดิโอลา (Pep Guardiola) กำลังเผชิญหน้ากับช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในรอบหลายปี หลังจากผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แฟนบอลและนักวิเคราะห์ต่างตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับทีมที่เคยเป็นตัวเต็งในพรีเมียร์ลีก (Premier League)

ฟอร์มตกอย่างหนัก: สถิติที่ไม่เคยเกิดขึ้น

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แพ้ถึง 9 จาก 12 นัดล่าสุด นับเป็นจำนวนความพ่ายแพ้ที่เท่ากับสถิติใน 106 นัดก่อนหน้านี้ ความพ่ายแพ้เหล่านี้ส่งผลให้ทีมตกจากจ่าฝูงไปอยู่อันดับ 7 ของตาราง ตามหลัง ลิเวอร์พูล (Liverpool) ถึง 12 คะแนน ทั้งที่ลงเล่นมากกว่า 1 นัด

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังเป็นทีมไร้พ่ายและตัวเต็งคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 5 ติดต่อกัน แต่การเสียคะแนนต่อเนื่องทำให้ทีมสูญเสียความได้เปรียบ และอนาคตในฤดูกาลนี้ดูจะเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขา

ความสงสัยในตัวเองของเป๊ป กวาร์ดิโอลา

เป๊ป กวาร์ดิโอลา ไม่ใช่เพียงแค่ผู้จัดการทีมที่มุ่งมั่น เขายังเป็นคนที่ตั้งคำถามกับตัวเองอยู่เสมอ จากคำบอกเล่าของคนใกล้ชิด เป๊ปเคยคิดว่า “ผมอาจไม่สามารถพาทีมออกจากวิกฤตนี้ได้” อย่างไรก็ตาม ทีมงานและผู้ช่วยของเขายังคงอยู่เคียงข้างเพื่อสร้างกำลังใจและช่วยผลักดันให้เขาฝ่าฟันช่วงเวลานี้

หนึ่งในพฤติกรรมที่แสดงถึงความกดดันคือ การเกาศีรษะเมื่อคิดหนัก ซึ่งครั้งหนึ่งส่งผลให้เกิดรอยขีดข่วนที่ศีรษะในเกมที่พบกับ เฟเยนูร์ด (Feyenoord) ในแชมเปียนส์ลีก (Champions League)

เส้นทางการฟื้นตัว: ซิตี้ต้องทำอะไรต่อไป?

ในช่วงวิกฤตนี้ เป๊ป กำลังวางแผนเพื่อพลิกสถานการณ์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว การปรับแท็กติก การเลือกผู้เล่น และการเสริมความมั่นใจในทีมจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง

เป๊ปยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันในทีม โดยเฉพาะในช่วงที่ผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย นักเตะอย่าง ไคล์ วอล์กเกอร์ (Kyle Walker) และผู้เล่นตัวหลักคนอื่นๆ ต้องรับผิดชอบและมีบทบาทสำคัญในการผลักดันทีม

บทสรุป

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังเผชิญหน้ากับบททดสอบครั้งใหญ่ที่อาจเป็นช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์ของสโมสร ภายใต้การนำของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ทีมต้องหาทางฟื้นฟูฟอร์มและกลับมายืนในจุดสูงสุดอีกครั้ง

ด้วยชื่อเสียงและความสำเร็จในอดีต แฟนบอลทั่วโลกยังคงเฝ้ารอดูว่ากุนซือชาวสเปนคนนี้จะสามารถพาทีมกลับมาได้หรือไม่ การพลิกสถานการณ์ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถและความมุ่งมั่นของเป๊ปในฐานะหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดในยุคนี้

การเดิมพันผ่าน sbobet มือถือ777 ทำให้คุณสามารถเข้าถึงเกมพนันต่าง ๆ ได้ทุกที่ทุกเวลาอย่างสะดวกสบาย เพลิดเพลินไปกับการแทงบอลออนไลน์และคาสิโนสดผ่าน sbobet มือถือ777 ที่ให้ประสบการณ์เหมือนเล่นในสถานที่จริง

สื่อเลี่ยน กระพือ โอซิมเฮน ยังสนย้ายจอยสิงห์ เชื่ออาจจะเกิดขึ้นในช่วงตลาดเดือน มกราคม นี้เลย หลังตอนนี้เจ้าตัวโยกซบยืมตัว กาลาตาราย

No Comments
วิคเตอร์ โอซิมเฮน

สื่อชั้นนำแดนมักกะโรนี ออกมาให้ข่าวว่า ทางด้าน วิคเตอร์ โอซิมเฮน (Victor Osimhen) ดาวยิงจาก นาโปลี (Napoli) ที่ตอนนี้ย้ายไปยืมตัวอยู่ที่ กาลาตาซาราย (Galatasaray) นั้นมีโอกาสที่จะย้ายทีมไป เชลซี (Chelsea) อยู่ในช่วงตลาดเดือน มกราคม นี้ แม้ว่าในตอนนี้จะยืมตัวอยู่ที่ กาลาตาซาราย (Galatasaray) แต่ที่ผ่านมาในช่วงซัมเมอร์ นั้นมีหลายทีมที่ให้ความสนใจอยู่ไม่น้อย แต่สุดท้ายก็ไม่มีทีมใด้คว้าตัวไปได้สำเร็จ ซึ่งก็มีการเปิดเผยออกมาว่าตัวนักเตะเอง ยังคงสนใจที่จะย้ายไปเล่นในพรีเมียร์ลีก กับ เชลซี (Chelsea) อยู่ แม้ว่าทาง กาลาตาซาราย ต้องการที่จะเซ็นต์หัวหอกผู้นี้อย่างถาวรก็ตาม

 

กาลาตาซาราย อยากได้ โอซิมเฮน ถาวร แต่อาจจะต้องแย่งชิงแข่งขันกับ สิงห์บลู เพราะตัวนักเตะต้องการความท้าทายใหม่ จากลีกใหญ่ๆ

 

สำหรับช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา การย้ายทีมของ วิเตอร์ โอซิมเฮน (Victor Osimhen) ตกเป็นเรื่องราวมหากาพย์ลูกหนัง แน่นอนว่าเจ้าตัวต้องการจะย้ายทีมออกไปจาก นาโปลี (Napoli) เพื่อตามหาความท้าทายใหม่ในเวทีลูกหนัง มีกระแสข่าวโหมอย่างหนัก ว่าเขาได้รับการติดต่อ จากทั้ง อัล อาลีห์ (Al-Ahli Saudi FC) และ เปแอชเช (Paris Saint-Germain) รวมไปถึง เชลซี (Chelsea) ที่มีข่าวค่อนข้างชัดเจน แต่สุดท้ายการย้ายทีมนั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้นแต่อย่างใด แม้ว่าทาง นาโปลี (Napoli) ต้องการจะปล่อยตัวนักเตะไปให้พ้นจากทีม เพราะไม่ได้เป็นต้องการและไม่ได้อยู่แผนการทำงานของ อันโตนิโอ คอนเต้ (Antonio Conte) แต่ด้วยค่าฉีกสัญญา ที่แพงระดับ 130 ล้านยูโร แต่ทว่าในเวลานี้ ค่าฉีกสัญญานี้ใช้ไม่ได้อีกแล้ว เพราะเขาได้มีการย้ายไปร่วมทีมในสัญญายืมตัวกับ กาลาตาซาราย (Galatasaray) ทำให้จะมีค่าตัวลดลงมาเหลือ เพียง 81 ล้านยูโร และถ้าไปถึงช่วงซัมเมอร์หน้า ก็จะลดลงเหลือเพียง 75 ล้าน ยูโรเท่านั้น สำหรับเงื่อนไข 81 ล้านยูโรนั้น เชลซี (Chelsea) มีความสนใจและจ้องจะใช้โอกาสนี้ในช่วง ตลาดเดือน มกราคม แม้ว่าทาง วิคเตอร์ โอซิมเฮน (Victor Osimhen) จะยังมีสัญญาอยู่กับ นาโลปี (Napoli) อยู่อีก 2 ปีแต่ดูเหมือนว่า อนาคตของเขากับที่นั่นมันได้จบลงไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับดาวเตะทีมชาติ ไนจีเรีย กำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในลีก ตุรกี ทำไป 2 ประตู 2 แอสซิสต์ ในการลงเล่นไป 3 นัด สำหรับใครที่เคยวางเดิมพันลีกตุรกี ที่ sbo euro จะรู้เลยว่า กาลาตาซาราย (Galatasaray) คือทีมที่น่าลงทุนมากๆในลีกนี้ ส่วนนักลงทุนต่างๆ สามารถเข้าไปเช็คราคาค่าน้ำคู่แข่งขันอื่นๆ ได้เลยที่ sbo euro มีครบทุกกีฬาให้เลือกสรร

 

หากการย้ายทีมของ วิคเตอร์ โอซิมเฮน เกิดขึ้นจริงในช่วงเดือน มกราคม นี้ ทางด้าน กาลาตาซาราย ก็จะได้รับเงินชดเชยด้วย จำนวน 6 ล้านยูโร

 

สำหรับประเด็นการย้ายทีมของ วิคเตอร์ โอซิมเฮน (Victor Osimhen) ที่ตอนนี้มีข่าวเกี่ยวโยงกับ เชลซี (Chelsea)  อยู่นั้น หากว่าดีลนี้มันเกิดขึ้นจริง ในช่วงตลาดเดือน มกราคม นี้นั่นจะทำให้ทีมดังแดนไก่งวงอย่าง กาลาตาซาราย (Galatasaray) จะได้รับเงินชดเชยไปด้วย โดยจากค่าตัวของ วิคเตอร์ โอซิมเฮน (Victor Osimhen) ทาง นาโปลี (Napoli)  จะได้ไป 75 ล้าน ยูโร ส่วนทางด้าน กาลาตาซาราย (Galatasaray) จะได้รับเงินจำนวน 6 ล้าน ยูโร นั่นเอง

ฟอร์มดีต้องมีชื่อ โดมินิค โซลันกี้ ดาวเตะ ไก่เดือยทองมีชื่อติดทีมชาติอังกฤษ หนแรกในรอบ 7 ปี หลังโชว์ฟอร์มดีกับทีม

No Comments
โดมินิค โซลันกี้

ในที่สุดความพยายามก็สำเร็จหลังโชว์ฟอร์มดียิงได้ต่อเนื่อง นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่ทีมที่ใหญ่ขึ้นอย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) ก็ทำให้ โดมินิค โซลันกี้ (Dominic Solanke) มีชื่อติดทีมชาติอังกฤษได้ในที่สุด โดยในการประกาศรายชื่อช่วง ฟีฟ่า เดย์ ล่าสุดนั้น บรรดาดาวเตะ ชื่อดังทั้งหลายต่างมีรายชื่อติดทีมอย่างครบครัน แต่ปรากฏว่า มีรายชื่อใหม่ที่ไม่ถึงขั้นเซอร์ไพรซ์ เข้ามาด้วยนั่นก็คือ ชื่อของ โดมินิค โซลันกี้ (Dominic Solanke) ดาวเตะผู้บ้างอนิเมะญี่ปุ่นอย่างหนัก ถือเป็นการมีชื่อติดทีมชาติอังกฤษ หนแรกในรอบ 7ปีเลยทีเดียว

 

ประกาศรายชื่อทีมชาติอังกฤษ โซลันกี้ มีชื่อ แต่ แฮรี่ แม็คไกวร์,เจมส์ แมดดิสัน และ จาร็อด โบเว่น ต่างหลุดโผ หนนนี้

 

สำหรับการประกาศรายชื่อทีมชาติอังกฤษ ครั้งล่าสุดนี้ อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า โดมินิค โซลันกี้ (Dominic Solanke) นั้นมีชื่อติดทีม ถือเป็นความสำเร็จจากการพยายามของเจ้าตัว โดยที่ผ่านมานั้นตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว ถือได้ว่า ทาง โดมินิค โซลันกี้ (Dominic Solanke) นั้นทำผลงานได้ดีเอามากๆ กับ บอร์มัธ (AFC Bournemouth) จนในฤดูกาลนี้ ก้าวย่างที่สำคัญกับการย้ายทีมสู่ทีมที่ใหญ่กว่า และถือเป็นท็อปทีมของ พรีเมียร์ลีก อย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) ในช่วงแรกเจ้าตัวยังคงมีอาการบาดเจ็บรบกวนแต่ทว่าหลังจากที่สลัดอาการบาดเจ็บพ้นไปได้ ก็กลับมายิงได้อย่างต่อเนื่องในทุกๆ รายการ จนในที่สุด การประกาศรายชื่อครั้งก็ทำให้เจ้าตัวยิ้มได้ในที่สุด หลังมีชื่อติดทีมชาติอังกฤษได้ในที่สุด แต่ทว่าก็ยังมีนักเตะที่หลุดโผคราวนี้ไป ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเพื่อนร่วมทีมของ โดมินิค โซลันกี้ (Dominic Solanke) ด้วยอย่าง เจมส์ แมดดิสัน (James Maddison) ที่ฟอร์มยังไม่เข้าตากุนซือทีมชาติอังกฤษ คนใหม่อย่าง ลี คาร์สลี่ย์ (Lee Carsley)  เท่าไหร่นัก ส่วนในรายอื่นที่หลุดโผทีมชาติอังกฤษหนนี้ก็มี แฮรี่ แม็คไกวร์ (Harry Maguire) ที่เพิ่งฟื้นจากอาการบาดเจ็บกลับมาแต่ก็เป็นสำรองซะส่วนใหญ่ จาร็อด โบเว่น (Jarrod Bowen) ที่กับต้นสังกัดอย่าง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (West Ham United) ฤดูกาลนี้ดูท่าจะไปได้ไม่สวยนัก สำหรับสุดสัปดาห์นี้ยังคงมี ฟุตบอลลีกให้ได้รับชม รวมไปถึงใหดได้ แทงบอล sbobet กันได้ตามปกติ เกมสำคัญ ก็มีเกมวันอาทิตย์ ที่จะมีบิ๊กแมตช์ อย่าง แอสตัน วิลล่า (Aston Villa) พบ แมนฯ ยูไนเต็ด (Manchester United) สามารถเข้าไป แทงบอล sbobet รวมถึงเช็คราคาต่างๆ กันได้เลยที่หน้าเว็บไซต์

 

นอกจากฟอร์มการเล่นของ โซลันกี้ จะออกมาดีจนติดทีมชาติอังกฤษ ไปแล้ว รู้หรือไม่ว่าพ่อหนุ่มคนนี้มีความเบียว ขั้นสุด กับการ์ตูนอนิเมะ

 

ที่ผ่านมาหากใครเห็นท่าดีใจของ โดมินิค โซลันกี้ (Dominic Solanke) แล้วล่ะก็ หากคุณไม่ได้ดูการ์ตูน อนิเมะ คุณอาจจะงงๆ ว่าเฮ้ย ท่าดีใจของมันหมายถึงอะไรหว่า แต่ถ้าหากคุณเป็นสาวก การ์ตูนอนิเมะ ต่างๆ คุณจะเข้าใจได้เป็นอย่างดี โดยทาง โดมินิค โซลันกี้ (Dominic Solanke) นั้นถือได้ว่าเป็นนักเตะที่บ้านการ์ตูน อนิเมะ ญี่ปุ่นเป็นอย่างมากที่ผ่านมาเขาใช้ท่าดีใจฉลองประตูที่มาจากการ์ตูนอนิเมะ ต่างๆ ทั้งมีการนำเอา หน้ากาก อุจิวะ โอบิโตะ จากการ์ตูนเรื่อง นารูโตะ มาใส่ ท่าดีใจแบบ ลูฟี่ เกี่ยร์ 3 จากการ์ตูนดังอย่างวันพีช ท่ากางอาณาเขตอนันต์ ของอาจารย์ โกะโจ ซาโตรุ จากการ์ตูนเรื่อง มหาเวทย์ผนึกมาร ท่ากัดมือแปลงเป็นไททั่น ของ เอเรน เยเกอร์ จากผ่าพิภพไททั่น ยังมีอีกหลายๆ ท่าจากหลากหลายการ์ตูนดัง ที่ โซลันกี้ ต่างสรรหามาทำให้เราได้ดู เชื่อว่าจากนี้จะได้เห็นท่าดีใจแปลกๆ เหล่านี้อีกเพียบเลย แต่ช่วงนี้ดูเหมือนจะมีท่าจากการ์ตูน เรื่อง มหาเวทย์ ผนึกมารมาเยอะหน่อยนะ รู้สึกแกจะติดเรื่องนี้อยู่เป็นแน่

ไม่ต้องมาถาม มาเรสก้า บอกไม่รู้เลยจริงๆ ว่า รีซ เจมส์ จะหายเจ็บ คัมแบ็คกี่โมง หลังเจ็บแล้วเจ็บอีก

No Comments
รีซ เจมส์

เอ็นโซ่ มาเรสก้า (Enzo Maresca) ไม่สามารถตอบได้จริงๆ ว่าเมื่อไหร่ รีซ เจมส์ (Reece James) กัปตันทีมตัวจริงของ เชลซี (Chelsea) จะหายเจ็บกลับมาช่วยทีมได้หลังได้รับบาดเจ็บไปในช่วงปรีซีซั่นที่อเมริกา เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา อาการบาดเจ็บที่มีมาอย่างต่อเนื่องของ รีซ เจมส์ (Reece James) นั้นทำให้เจ้าตัวได้ลงสนามน้อยมากๆ ในช่วงสองฤดูกาลที่ผ่านมา จนถึงตรงนี้ถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลมากเกี่ยวกับอนาคตของเขา จากที่จะมีโอกาสติดทีมชาติไปเล่นในศึก ยูโร 2024 ก็ไม่สามารถไปได้เพราะโดนอาการบาดเจ็บพรากไป

 

ปัญหาเดิมๆ รีซ เจมส์ (Reece James) เจ็บแล้วเจ็บอีก เจ็บไปเจ็บมาจน มาเรสก้า ลืมไปแล้วว่ายังมีเขาอยู่ในทีม  แม้ว่ามีข่าวมาว่า สัปดาห์นี้มีข่าวแว่วๆ มาว่า รีซ เจมส์ กลับมาซ้อมได้ก็ตาม

 

สิงห์บลู เชลซี (Chelsea)ในตอนแรกเหมือนว่าจะได้ข่าวดี หลังมีข่าวแว่วๆ มาว่าทาง รีซ เจมส์ (Reece James) ผู้อำนวยการโรงพยาบาล สิงห์บลูนั้น อาจจะคัมแบ็คกลับมาสู่ทีมได้ในวีคนี้ แต่ล่าสุดการตอบคำถามสื่อของทาง เอ็นโซ่ มาเรสก้า (Enzo Maresca) ออกมาตอบว่า ไม่สามารถยืนยันอะไรได้เลยว่า รีซ เจมส์ นั้นจะหายจากอาการบาดเจ็บกลับมาได้เมื่อไหร่ หลังจากที่มีอาการบาดเจ็บไปในช่วงทัวร์ปรีซีซั่นที่ สหรัฐ อเมริกา เมื่อ่ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นอาการบาดเจ็บบริเวณ แฮมสตริง ที่มันค่อนข้างยากต่อการฟื้นฟูให้กลับมาเป็นปกติได้โดยเร็ว ประกอบกับตัวนักเตะนั้นมีร่างกายค่อนข้างเปราะบ้าง ประวัติอาการบาดเจ็บก็มียาวเป็นหางว่าว สังเกตุได้จากช่วงที่ผ่านมา ในสองฤดูกาลล่าสุด ทางด้าน รีซ เจมส์ (Reece James) นั้นมีส่วนร่วมค่อนข้างน้อยมาก แม้ว่าทาง เอ็นโซ่ มาเรสก้า (Enzo Maresca) นั้นยังคงเห็นความสำคัญและยังคงใส่ชื่อ รีซ เจมส์ (Reece James) ไว้ในทีม แต่หากว่าไม่สามารถฟื้นฟูร่างให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็ว ก็มีแววว่าจะหมดอนาคต ตามเพื่อนๆ ที่ไปกันก่อนหน้านี้หลายคนแล้วเช่นกัน ตาม โปรแกรมบอล สัปดาห์นี้ เชลซี มีคิวไปเยือน ลอนดอน สเตเดี้ยม ของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (West Ham) เป็นคู่แรกของวันเสาร์นี้ ส่วนวันอาทิตย์ก็มี โปรแกรมบอล บิ๊กแมตช์ระหว่าง แมนฯ ซิตี้ พบ อาร์เซน่อล ให้ได้รับชมกันอีกด้วย สำหรับแฟนๆ สิงห์บลู ฤดูกาลนี้ก็ยังคงต้องลุ้นต้องเชียร์กันเหนื่อยหน่อยเพราะเอาจริงๆ ยังเรียกฟอร์มเก่งมาได้ไม่มากนัก แม้เพิ่งเก็บชัยมาได้อย่างหืดจับเมื่อนัดก่อน หลังบุกไปเฉือนเอาชนะ บอร์นมัธ (Bournemouth) มาได้สำเร็จ อย่างน้อยตอนนี้ก็ทำให้พวกเขาขยับเข้ามาอยู่ในส่วนบนของ ตารางคะแนนเรียบร้อยแล้ว

 

รีซ เจมส์ ประวัติการบาดเจ็บบาน หวั่นหมดอนาคตในถิ่นสิงห์บลู ตาม เบน ชิลเวลล์ ไปอีกคนหากยังคัมแบ็คกลับมาไม่ได้

 

อย่างที่ได้ทราบกันไปก่อนหน้านี้แล้ว่า เบน ชิลเวลล์ (Ben Chilwell) นั้นกลายเป็นส่วนเกินในทีมไม่ที่ให้ลงจะย้ายก็ดันย้ายไม่ได้ และหากใครที่ติดตามทีม เชลซี (Chelsea) อยู่เสมอ ก็จะรู้ว่า เบน ชิลเวลล์ (Ben Chilwell) กับ รีซ เจมส์ (Reece James) สองคนนี้ มักจะเจ็บพร้อมกัน หายไปจากทีมนานๆ เหมือนกัน ก่อนหน้านี้ทาง เอ็นโซ่ มาเรสก้า (Enzo Maresca) ยืนยันชัดเจนว่าให้ทาง เบน ชิลเวลล์ (Ben Chilwell)  หาทีมใหม่ได้เลย และอาจจะไม่ใส่ชื่อเขาให้ร่วมลงเล่นพรีเมียร์ลีก แต่ดูเหมือนว่าล่าสุด ทาง เอ็นโซ่ มาเรสก้า (Enzo Maresca) ก็เรียกให้ เบน ชิลเวลล์  (Ben Chilwell) มาร่วมซ้อมกับทีมแล้ว ซึ่งหากทาง รีซ เจมส์ (Reece James) ไม่อยากจะตกอยู่สถานการณ์ เช่นนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสลัดอาการบาดเจ็บ กลับมาโชว์ฟอร์ม ทวงตำแหน่งของเขาคืนมาให้ได้โดยเร็ว เอาจริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเสียด้วย เพราะก่อนหน้านี้นั้นทาง  มาโล กุสโต (Malo Gusto) ก็ถือว่าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ตอนนี้มีอาการบาดเจ็บหายไปจากทีมแล้ว ซึ่งนัดล่าสุด ทาง มาเรสก้า เลือกใช้ เอ็กเซล ดีซาซี่ (Axel Disasi) ลงเล่นแทนในตำแหน่ง และมันก็ดูจะไม่เวิร์คซักเท่าไหร่

หงส์เปิดตัว เคียซ่า เป็นทางการแล้ว หลังตรวจร่างกายฉลุย เจ้าปลื้มสวมเบอร์ 14 รับฝันเป็นจริง

No Comments
เฟเดริโก้ เคียซ่า ลิเวอร์พูล

ในที่สุด แฟนหงส์ก็ได้ยิ้มกันบ้าง หลังทีมรักมีการเสริมทีมในซัมเมอร์นี้ เป็นตัวผู้เล่นแรกแล้ว โดยเป็นตำแหน่งตัวรุกริมเส้น ดีกรีทีมชาติอิตาลี อย่าง เฟเดริโก้ เคียซ่า (Federico Chiesa) บุตรชายของ เอ็นริโก้ เคียซ่า (Enrico Chiesa) ดาวดังทีมชาติ อิตาลี ยุค 90 ซึ่งเจ้าตัวจะสวมเสื้อหมายเลข 14 ลงเล่นในถิ่นแอนฟิลด์ พร้อมรับเหมือนฝันที่เป็นจริง ที่ได้ลงเล่นที่นี่

ยิ้มไม่หุบ เฟเดริโก้ เคียซ่า (Federico Chiesa) ตรวจร่างกายผ่านฉลุย เปิดตัวสวมเสื้อหมายเลข 14 พร้อมลงเล่นให้หงส์แดง

หลังจากบินมาถึงอังกฤษ และผ่านการตรวจร่างกาย เรียบร้อยแล้วทาง เฟเดริโก้ เคียซ่า (Federico Chiesa) ก็ได้ถ่ายรูป เซ็นต์สัญญาชูเสื้อเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับทางสโมสร ลิเวอร์พูล (Liverpool) ทันทีโดยเจ้าตัวจะสวมใส่หมายเลข 14 ซึ่งเป็นเลขประจำตัวของเขา พร้อมทั้งให้สัมภาษณ์เปิดใจร่ายยาวถึงความประทับใจของเขาที่มีต่อสโมสรแห่งนี้อย่างเต็มเปี่ยม ในการสัมภาษณ์เจ้าตัวสามารถที่จะให้สัมภาษณ์ เป็นภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว นั่นหมายความว่า เรื่องของภาษา จะไม่เป็นอุปสรรคใดๆ ในการสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมแน่นอน ซึ่งใจความของบทให้สัมภาษณ์ของ เคียซ่านั้น ก็กล่าวถึงความประทับใจตั้งแรก ตอนที่ทาง ริชาร์ด ฮิวจ์ส (Richard Hughes) โทรหาเขาถามถึงความเป็นไปได้ในการมาร่วมทีม ลิเวอร์พูล อาร์เน่อ สล็อท (Arne Slot) ด้วยเช่นกันและแน่นอนว่าเขาบอกว่าเขาตอบตกลงในทันที เพราะว่าเขานั้นรู้ดีถึงประวิติศาสตร์ แฟนบอลที่ยอดเยี่ยมของสโมสรแห่งนี้ มันทำให้เขามีความสุขมากๆที่ได้ย้ายมาสู่ที่นี่ และเขาอยากที่จะเริ่มต้นลงสนามให้ทีมโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ ทากเขาได้มีการถามเรื่องนี้กับพ่อของเขา ซึ่งพ่อของเขาก็รีบให้ลูกชายตอบตกลงในทันที เพราะว่านี่คือโอกาสที่ใหญ่ที่จะได้ร่วมทีมกับสโมสรที่ยิ่งใหญ่ ถือเป็นโอกาสที่ดีในชีวิตการค้าแข้งที่มีมาไม่บ่อยนัก หลังจากที่ได้ เฟเดริโก้ เคียซ่า เข้ามาเติมแนวรุกของทีม เชื่อว่าบรรดาทีมอื่นๆ น่าจะไม่มองข้าม ลิเวอร์พูล (Liverpool) อีกต่อไป สัปดาห์นี้ ทีมหงส์แดง มีเกมใหญ่รออยู่ ทีมของ อาร์เน่อ สล็อท จะต้องยกพลไปทำศึกแดงเดือดที่ โอลด์ทราฟฟอร์ด (Old Trafford) ดูตามฟอร์มแล้ว ทาง เว็บแทงบอล ต่างก็ยกให้ทีมหงส์แดงนั้นเป็นต่ออยู่เล็กน้อย แม้ว่าจะเป็นทีมเยือนก็ตาม ราคาจาก เว็บแทงบอล ที่ออกล่วงหน้ามาตอนนี้อยู่ที่ ทีมหงส์แดงนั้นเป็นต่ออยู่ ครึ่งลูกเลยทีเดียว นั่นหมายความว่าบรรดา เว็บแทงบอล ต่างๆ ยังมองว่า ลิเวอร์พูล (Liverpool) อยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าหากจะมีผู้ชนะ

เคียซ่า เผยต่อให้ภรรยาเปิดเพลง You’ll never walk alone ให้ระหว่างที่นั่งเครื่องบินมา ลิเวอร์พูล บิ้วอารมณ์ ก่อนเซ็นต์สัญญ

หลังจากที่ เฟเดริโก้ เคียซ่า (Federico Chiesa) ตัดสินใจจะเซ็นต์สัญญา กับ ลิเวอร์พูล (Liverpool) ระหว่างที่เขานั่งเครื่องบินมาเขาให้ ภรรยาของเขา เปิดเพลง You’ll never walk alone ให้พร้อมทั้งจินตนาการว่าเขากำลังยืนอยู่ในสนามและได้ยินแฟนบอลต่างร้องเพลงนี้ในยามที่เขาลงสนาม เป็นการแรงบันดาลใจให้เขา เราจะเห็นได้ชัดเจนว่าตอนที่เขาได้รับเสื้อหมายเลข 14 มาบนหลังเสื้อมี ชื่อเขาตอนเขาสวมใส่ เขายิ้มแก้มปริ ดูมีความสุขมากๆ ที่ได้ทำตามฝันของเขาได้สำเร็จและเชื่อได้เลยว่ายามที่เขาลงเล่นที่แอนฟิลด์ (Anfield) เวลาที่เข้าได้สัมผัสกับเพลง You’ll never walk alone ที่บรรดาแฟนบอลต่างร้องมันในสนามอันศักดิ์สิทธิ แห่งนี้เขาจะยิ่งเข้าใจได้เลยว่ามันเกินกว่าที่เขาจินตนาการไว้มากเพียงใด อย่างไรก็ตาม ในเกมแดงเดือดอาจจะยังไม่มีชื่อ ของ เฟเดริโก้ เคียซ่า (Federico Chiesa) ในทีมของ อาร์เน่อ สล็อท (Arne Slot) เพราะเพิ่งจะย้ายมาการจัดการเรื่องเอกสาร การลงซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมอาจจะยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เขานั้นมีชื่อในเกมสำคัญเกมนี้ แฟนๆ ทั้งหลายอาจจะต้องรอในเกมถัดถึงจะได้ยลโฉมนักเตะใหม่ผู้นี้

ลาหงส์ได้สมใจ ฟาน เดน เบิร์ก เซ็นต์ 5 ปี หนีหงส์ ซบเบรนท์ฟอร์ด

No Comments
เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก

เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก  (Sepp van den Berg) ปราการหลังชาว เนเธอร์แลนด์ ได้ลาต้นสังกัดเก่า อย่างทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล ได้สมใจ หลังเจ้าตัวเซ็นต์ย้ายมาร่วมทีมผึ้งน้อย เบรนท์ฟอร์ด (Brentford) ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ พร้อมพ่วงเงื่อนไขในส่วนแบ่ง 17.5 เปอร์เซ็นต์ หากมีการย้ายทีมในอนาคต ระยะเวลาในการเซ็นต์สัญญา ยาว 5 ปี 

ฟาน เดน เบิร์ก เผย คาร์วัลโญ่ ชวนจอย ผึ้งน้อยเลยคล้อยตามทันที สมใจอยากได้ย้ายหนีหงส์

เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก (Sepp van den Berg) โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น ในช่วงที่ถูกยืมตัวไปเล่นในบุนเดสลีกา เยอรมันกับ ไมนซ์ (Mainz 05) แน่นอนว่าหลังจากที่จบสิ้นฤดูกาลตัวของ เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก (Sepp van den Berg) เอง ก็ต้องกลับมาร่วมทีม ลิเวอร์พูล (Liverpool) ที่ในเวลานั้น มีการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีม เป็น อาร์เน่อ สล็อท (Arne Slot) ในช่วงที่กลับมาสู่ทีมหงส์แดง ก็มีกระแสมาโดยตลอดว่า เจ้าตัวนั้นอยากที่จะย้ายทีมเพื่อต้องการลงเล่นอย่างสม่ำเสมอรวมถึงอนาคตในทีมชาติ เนเธอร์แลนด์ ชุดใหญ่ ทีมต้นสังกัดเดิมที่เคยยืมไปใช้งานก็อยากที่จะได้ตัวมากๆ แต่ทาง ลิเวอร์พูล (Liverpool) ก็ตั้งค่าตัวไว้อยู่ที่ 25 ล้านปอนด์ ซึ่งมันก็เกินกว่าทีทางทีมจากเมืองเบียร์จะรับได้ จนทำให้ต้องถอยจากดีลนี้ไปในที่สุด แต่ในช่วงที่ ฟาน เดน เบิร์ก ได้ลงเล่นในช่วง ปรีซีซั่น ก็โชว์ฟอร์มได้ดีอย่างต่อเนื่อง เพราะบรรดากองหลังตัวหลักของ ลิเวอร์พูล (Liverpool) ต่างทยอยกันกลับมาร่วมทีมช้า จะมีก็แค่ จาเรลล์ ควานซ่าห์ (Jarell Quansah) ที่เป็นตัวหลักของทีมอยู่ก่อนแล้วในเวลานั้น และพอเริ่มฤดูกาล ชื่อของ ฟาน เดน เบิร์ก ก็หายไปจากทีมในที่สุด ประกอบกับความสนใจที่มีมาทั้งจากทาง เบรนท์ฟอร์ด (Brentford) รวมไปถึง แชมป์ไร้พ่ายบุนเดสลีกา อย่าง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น (Bayer Leverkusen) อีกด้วย แน่นอนว่าถึงเวลาที่ต้องตัดสิน และในที่สุด เจ้าตัวก็เลือกที่จะย้ายไป ร่วมทีม เบรนท์ฟอร์ด (Brentford) ที่ก่อนหน้านี้เพิ่งจะซื้อตัว ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ (Fabio Carvalho) ไปร่วมทีมหมาดๆ ในระยะเวลาช่วงเปิดฤดูกาล บรรดานักลงทุนต่าง ๆ ก็ตื่นตัวคึกคักมีการเข้าเล่น sbobetมือถือ กันอย่างมากมาย บอลเดี่ยว บอลสเต็ป ร่วมสนุกได้อย่างเพลิดเพลิน ซึ่งทาง sbobetมือถือ ก็อยู่คู่กับบรรดาเซียนบอลทั้งหลายมาอย่างยาวนาน ยิ่งในฤดูกาลนี้ ก็ยังคงเป็นสปอนเซอร์ ให้กับทาง ฟูแล่ม อีกเช่นเคย ใครที่สนใจจะเสี่ยงโชค ลุ้นฟุตบอลสนุกๆ ก็เข้าไปใช้งานกันได้เลยที่ sbobetมือถือ

ฟาน เดน เบิร์ก เผย โธมัส แฟรงค์ เป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจที่ เชื่อมั่นและเห็นค่าในคุณภาพของเขา ทำให้เขาตัดสินใจเลือกที่นี่

นอกจากในส่วนที่ ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ (Fabio Carvalho) เป็นคนส่งข้อความมาเชิญชวนแล้ว ทาง เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก (Sepp van den Berg) ยังกล่าวต่อไปอีกว่า ด้วยความเชื่อมั่น จากผู้จัดการทีม เบรนท์ฟอร์ด (Brentford) อย่างโธมัส แฟรงค์ (Thomas Frank) ซึ่งถือเป็นอีกแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้เขาเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า ว่าเขาจะได้โอกาสพิสูจน์ตัวเองอย่างสม่ำเสมอที่สโมสรแห่งนี้ และนั่นก็ทำให้เจ้าตัวเลือกที่จะปฏิเสธข้อเสนอจากทีมยักษ์ใหญ่ อย่าง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น (Bayer Leverkusen) ออกไป และเลือกมาที่ถิ่น จีเทค สเตเดี้ยม แห่งนี้ และในโปรแกรมนัดต่อไป เบรนท์ฟอร์ด ก็จะต้องยกพลไปเยือน ลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นต้นสังกัดเก่า ของทาง เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก (Sepp van den Berg) และ ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ (Fabio Carvalho) อีกด้วย งานนี้ เชื่อว่าจะเป็นแรงกระตุ้นชั้นเลิศให้ทั้งคู่งัดฟอร์มโหด มาอวดสายตา แฟนบอลทีมเก่าให้เสียดายพวกเขา เล่นกันเป็นแน่