Category: ข่าวฟุตบอล

ทำไมปีนี้บุนเดสลีก้าถึงน่าติดตาม

No Comments

ใครที่เป็นแฟนบอลยุโรป เชื่อว่าส่วนใหญ่ไม่ค่อยติดตามบุนเดสลีก้าเท่าไรนัก ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าแม้ทีมจะเล่นดี เล่นสนุก แต่เด่นมาทีมเดียวอย่างบาเยิร์น มิวนิค มันก็ไม่ค่อยน่าตามเท่าไร แต่ซีซั่นนี้ไม่ใช่เลยเคยมีคนทำนายไว้ว่านี่จะเป็นซีซั่นที่สูสีที่สุดในรอบสิบปีของบุนเดสลีก้าหลายคนอาจจะมองว่าเวอร์ แต่ตอนนี้เป็นจริงแล้ว
แต้มกลุ่มหัวตาราง
สิ่งที่สนับสนุนคำทำนายนั้นก็คือ แต้มที่กลุ่มหัวตารางทำได้ หากเราดูตอนนี้ผ่านเกมที่ 13 ไปแล้ว ทีมนำไม่ใช่บาเยิร์น มิวนิคอย่างที่คิดกัน กลับเป็น อาร์แบ ไลป์ซิก 27 คะแนน โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัคและชาลเก้ 04 เท่ากันที่ 25 คะแนน บาเยิร์น มิวนิค 24 คะแนน และ ดอร์ดทมุนด์ ตามมาห่างที่ 23 คะแนน แต้มห่างเพียงแค่ 1-2 คะแนนแบบนี้ ใครพลาดแพ้หรือหลุดเสมอ อาจจะตกอันดับไปได้ คะแนนคู่คี่แบบนี้ไม่ได้เห็นบ่อยแล้วในบุนเดสลีก้า
บาเยิร์น มิวนิค ไม่แข็งแกร่งเหมือนเก่า
ปัจจัยแรกที่ทำให้น่าติดตาม ไม่รู้จะบอกว่าดีหรือแย่ดี บาเยิร์น มิวนิค จากเดิมที่กลายเป็นทีมแข็งแกร่งของลีคแบบทิ้งเพื่อนไม่เห็นฝุ่น มาซีซั่นนี้ไม่รู้เป็นอย่างไร พวกเค้าไม่แข็งแกร่งเหมือนเดิม นักเตะหลายคนไม่ได้โตขึ้นมาพอที่จะทดแทนตำแหน่งรุ่นพี่ได้ เลยทำให้พวกเค้ามีผลงานอย่างที่เห็นแม้จะเปลี่ยนโค้ชแล้วก็ยังไม่ฟื้นเท่าไร จะเห็นว่าซีซั่นนี้พวกเค้าพลาดแบบไม่น่าเชื่อหลายเกมอย่างเช่น เกมบุกไปแพ้แฟรงค์เฟริต์ 5-1 ที่ใครเห็นต้องทักหมดว่าเขียนสกอร์ผิดฝั่งหรือไม่
ทีมอื่นพัฒนามาจนถึงจุดพีค
มองไปที่ทีมอื่นอย่าง ไลป์ซิก ดอร์ทมุนด์ล ชาลเก้ กลัดบัค หรือ ไฟร์สบวร์กด้วยก็ได้ พวกเค้าพัฒนาทีมมานานทั้งนักเตะและโค้ช เรียกว่าใช้เวลาบ่มกันมานานทีเดียว จนตอนนี้พวกเค้าขึ้นมาถึงจุดพีคของตัวเองกันหมดแล้ว นักเตะแต่ละคนเล่นด้วยความกระหายชัยชนะมาก ยิ่งถ้าเจอบาเยิร์น ยิ่งใส่ความมุ่งมั่นลงไปสองเท่าเพื่อเอาชนะให้ได้ ผลก็ออกมาอย่างที่เห็นนั่นแหละ

รวม 5 นักเตะที่ต้องตาต้องใจ มูรินโญ่ ต้องทุ่มทุนคว้าตัวมาร่วมทัพปิศาจแดง

No Comments


จากผลงานที่ไม่ได้โดดเด่นสักเท่าไหร่ของกุนซือชื่อดังอย่าง “โฆเซ่ มูรินโญ่” ได้ทุ่มเงินจากบ่อคลังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อกว้านซื้อนักเตะฝีเท้าดีไปไม่ใช่น้อย โดยทุ่มไป 370 ล้านปอนด์
ภายในระยะเวลาประมาณสองปีเศษ โดยผลงานของนักเตะบางคนก็ดีเกินคาด ส่วนบางคนก็แแย่จนผิดคาดเช่นกัน

ปอล ป็อกบา – ทุ่มไป 89 ล้านปอนด์ คว้าตัวมาจาก ยูเวนตุส
ด้วยมูลค่าค่าตัวมหาศาล เขาคือนักเตะที่เลื่องชื่อที่สุดที่ มูรินโญ่ ยอมทุ่มไม่อั้นเพื่อให้ได้ตัวมาร่วมก๊วนปิศาจแดง จากผลงานสะเทือนวงการแข้งระดับโลกกับทั้ง ยูเวนตุส และทีมชาติฝรั่งเศส
ว่ากันว่าเขาคือหนึ่งในสุดยอดนักเตะของโลก แต่อย่างไรก็ตามปัญหาใหญ่ของ ป็อกบา ก็คือ ฟอร์มการเล่นที่ขาดความคงเส้นคงวา แม้อย่างนั้นเขาก็ยังเป็นผู้เล่นที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทีม
ยามใดที่ไม่มีเขาในสนามก็ส่งผลต่อทีมไม่น้อย – 6 คะแนน

วิคตอร์ ลินเดลอฟ – ทุ่มเงินไป 31 ล้านปอนด์ จาก เบนฟิก้า
หลังจากที่เขาทำผลงานได้ดีในศึกฟุตบอลโลก 2018 กับฟุตบอลทีมชาติสวีเดน เขาก็ได้รับความไว้วางใจจาก มูรินโญ่ มากขึ้น จากที่เคยดูลก ๆ ลน ๆ ในช่วงแรก ลินเดลอฟ ก็ได้เริ่มปรับตัวได้ดีขึ้นมาก
ในซีซั่นนี้แต่ก็คงต้องใช้เวลาอีกซักระยะหนึ่งเพื่อทุกอย่างจะดูลงตัวมากกว่านี้ – 6 คะแนน

เอริก ไบยี่ – ทุ่มงบไป 30 ล้านปอนด์ จาก บียาร์เรอัล
ถือเป็นนักเตะคนแรกที่ มูรินโญ่ เซ็นสัญญามาร่วมทีม ในช่วงแรกนักเตะเตะชาว ไอวอรี่ โคสต์ คนนี้แสดงความสามารถด้านฝีเท้าได้ดีเยี่ยมจนดูเหมือนว่ าเขาน่าจะเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในตำแหน่งกองหลัง
แต่หลังจากที่โชคไม่อำนวยเขาได้รับบาดเจ็บจนต้องพักยาว กองหลังแดน “งาช้าง” ก็ไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ แม้จะมีได้โอกาสลงสนามในซีซั่นนี้แต่เขาก็ไม่เคยทำให้กองเชียร์ทีมปีศาจแดงประทับใจได้เลย
นอกจากนี้ยังมีฟอร์มหลุดอย่างพังพินาศในบางเกมอีกด้วย – 5 คะแนน

เฮนริค มคิตาร์ยาน – ค่าตัว 27 ล้านปอนด์ จาก ดอร์ทมุนต์
เป็นนักเตะที่ถูกคาดหวังไว้อย่างสูงจาก มูรินโญ่ แต่ผลงานจริงนั้นกลับผิดคาด แม้ว่านักเตะตำแหน่งมิดฟิลด์ชาวอาร์เมเนียจะเล่นได้ดีพอสมควรในเกมลูกหนังถ้วย ยูโรปาลีก แต่เขามีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยราบรื่นนัก
กับ มูรินโญ่ และก็ไม่ค่อยได้รับความไว้วางใจจากกุนซือชาวโปรตุเกสเท่าที่ควร ทำให้เขาไม่มีโอกาสลงเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่องจนสูญเสียความมั่นใจแบบกู่ไม่กลับเลยทีเดียว สุดท้ายเขาถูกส่งต่อไป อาร์เซนอล ในที่สุด – 5 คะแนน

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช – ค่าตัว ฟรี จาก เปแอชเช
ของฟรีแต่ดีเกินคาด!! ซลาตัน น่าจะเป็นนักเตะที่สร้างผลงานได้โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งในยุคของ มูรินโญ่ ฟอร์มการเล่นของเขาทำได้ดีจนน่าทึ่งในฤดูกาลแรกที่เขาย้ายมาร่วมทีม ด้วยเหตุนี้จึงช่วยทำให้ทีมปีศาจแดง
กลับคืนสู่เวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้อีกครั้งหลังจากมีส่วนพาทีมคว้าถ้วย ยูโรปาลีก อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายเขามีอาการบาดเจ็บที่เข่ามาขัดจังหวะชีวิตค้าแข้งของเขากับทีมปีศาจแดง แต่การยิง 28 ประตูในซีซั่นแรกนั้น
ก็นับเป็นผลงานที่น่าทึ่งของกองหน้าชาวสวีเดนรายนี้ – 8 คะแนน

วิดัลไม่ได้มีปัญหากับโค้ชแค่ไม่ปลื้มที่นั่งสำรองในบาร์ซา

No Comments

กองกลางชาวชิลียอมรับว่า เขาไม่พอใจนักที่ต้องรับบทเป็นตัวสำรองในทีมอา ซูลกรานา แต่ยืนยันว่าไม่มีปัญหาใด ๆ เป็นการส่วนตัวกับเฮดโค้ชชาวสเปน อาร์ตูโร วิดัล กองกลางบาร์เซโลนา
ออกมายอมรับตามตรงว่าเขาไม่มีความสุขกับการต้องนั่งอยู่ข้างสนามบ่อยครั้งในฤดูกาลนี้

มิดฟิลด์วัย 31 ปี กลายเป็นประเด็นพาดหัวข่าวหลังจากที่แสดงอาการไม่พอใจที่ต้องนั่งเป็นตัวสำรองใน เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ยักษ์ใหญ่แห่งกาตาลันเอาชนะท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ไป 4-2
ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าเขาไม่มีความสุขกับบทบาทที่ได้รับอยู่ในทีมเวลานี้ “ผมไม่มีความสุข แต่ถ้าผมมีปัญหาอะไรกับโค้ช ผมจะพูดกับเขาต่อหน้า”

เจ้าตัวได้กล่าวเพิ่มอีกว่า “ผมจะมีความสุขได้ยังไง ถ้าผมไม่ได้ลงเล่น ผมก็เหมือนทุก ๆ คนนั่นแหละ ผมเป็นคนที่สู้อยู่เสมอ เคยอยู่ในทีมที่ดีที่สุดในโลกมาแล้ว เคยได้แชมป์มาทุกรายการ
และอยากจะประสบความสำเร็จต่อไปกับบาร์เซโลนา”

“ผมร่างกายแข็งแรงดีและมีความสุขดีในช่วงไม่กี่นัดที่ผ่านมา ผมรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อย แต่มันก็แบบนี้แหละ เราจะต้องสู้กันต่อไป มันยังมีเกมสำคัญรอเราอยู่ แล้วเราจะได้เห็นกัน” วิดัลกล่าว

โดย อาร์ตูโร วิดัล ย้ายมาเล่นกับบาเยิร์น มิวนิคเมื่อปี 2015 พร้อมช่วยทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีก้า 3 สมัยติดต่อกัน ก่อนจะถูกบาร์เซโลนาคว้าตัวมาด้วยสัญญา 3 ปี โดยไม่มีการเปิดเผยค่าตัวแต่อย่างใด
ซึ่งถือว่าเป็นนักเตะอีกคนหนึ่งที่มีผลงานที่โดดเด่นในช่วงเวลาฤดูกาลและศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมา

อะไรทำให้ ทุกคนรู้สึกผิดหวังใน มาริโอ บาโลเตลลี่

No Comments

มาริโอ บาโลเตลลี่

มาริโอ บาโลเตลลี่ กองหน้าสุดโหด

ต้องบอกว่าหากย้อนกลับไปสัก 5-6 ปีก่อนหนึ่งในนักเตะที่เก่งจริงในสนาม แต่นอกสนามก็แสบใช่เล่น ต้องมีชื่อของ มาริโอ บาโลเตลลี่ ชายคนนี้ถือว่าเป็นกองหน้าที่ยุคนั้นโหดมาก ตอนเล่นสีเสื้อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เค้าเป็นกองหน้าที่ไว้ใจได้เลย แต่นั่นคือจุดพีคสุดของเค้าแล้วก่อนจะค่อยๆลดระดับลงมาจนถึงตอนนี้ที่ต้องบอกว่าน่าผิดหวังแม้จะได้กลับมาเล่นฟุตบอลในบ้านเกิดอย่างเบรสชาแล้วก็ตามที อะไรทำให้ทุกคนรู้สึกผิดหวังในตัวเค้า

โตแต่ตัว อายุไม่โต

เจ้าตัวเกิดเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 1990 นับนิ้วถึงตอนนี้เจ้าตัวก็อายุ 30 ปีพอดี ซึ่งคนอายุขนาดนี้ถือว่าเข้าสู่ช่วงเกือบจะปลายค้าแข้งนักฟุตบอลแล้ว ด้วยอายุอานามขนาดนี้ เราเชื่อกันว่า เค้าน่าจะมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นทั้งการเล่นในสนาม และนอกสนาม แต่เปล่าเลย เค้ายังเหมือนเด็กน้อยอายุ 16-17 ขวบ ที่พร้อมจะเกเรในการซ้อมได้ตลอดเวลาเลย จากข่าวที่ออกมาจะเห็นว่า บางครั้งเค้าก็เกิดอาการผีเข้าไม่มาซ้อมซะอย่างนั้น หากเป็นภาษาบ้านเราต้องบอกว่า เป็นคนที่โตแต่ตัวเท่านั้นเองอายุ ความคิดความอ่านไม่โตไปด้วย ถือว่าเป็นอะไรที่น่าผิดหวังมาก หากเค้ามีแนวคิดที่ดีกว่านี้อาจจะทำให้เค้ายังเล่นฟุตบอลในระดับสูงอยู่ต่อไปก็ได้

ผลงานทำประตู

มองผลงานในสนามเค้าลงเล่นในฐานะกองหน้าตัวเป้า ผลงานทำประตูถือว่าน่าพอใจเลยทีเดียวเล่นกับมิลาน 1 ซีซั่นลงเล่นไป 20 เกม ทำได้ 1 ประตู แต่ผลมาเล่นให้กับ นีส 3 ฤดูกาล ลงเล่นไป 61 เกม ทำประตูไป 33 ประตู อัตราส่วนครึ่งต่อครึ่ง หรือ มาร์กแซย์ในฝรั่งเศสลงเล่นไป 15 เกม ทำได้ 8 ประตู กับ เบรสชาลงเล่นไป 2 เกม ทำได้ 1 ประตู ถือว่าเป็นกองหน้าตัวเป้าที่ทำผลงานได้ดี ถ้าได้ลงแต่น่าเสียดายที่เค้าได้ลงน้อยเกินไป ซึ่งเชื่อว่ามาจากเหตุผลทางด้านแท็คติคไม่งั้นเค้าน่าจะทำผลงานได้ดีกว่านี้อีก ล่าสุดโดนไล่ออกจากเบรสชา ก็ไม่รู้จะมีใครกล้าจ้างระเบิดเวลาลูกนี้หรือไม่

ถือว่าถ้าลงสนามก็ได้ลุ้นทุกครั้ง

เรียกว่าเป็นนักเตะที่โดดเด่นใช่ย่อยสำหรับมาริโอ บาโลเตลลี่คนนี้ หากใครอยากลุ้นให้มากขึ้นลองมาแทงบอลกับ sbobet เว็บแทงบอลออนไลน์ยอดนิยม พร้อมรับโปรโมชั่นทีเด็ด สามารถดูผลบอล ตารางบอลได้ฟรี

บทสรุป UCL รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มแห่งความตาย

No Comments

เกมรอบแบ่งกลุ่ม UCL เชื่อว่ากลุ่มที่แฟนบอลรอคอยดูกันมากที่สุด ต้องเป็นกลุ่มเอฟอย่างแน่นอน ถามว่าทำไมเพราะว่ากลุ่มนี้มีทีมระดับบิ๊กเนมเข้ามาอยู่รวมกันถึง 3 ทีมด้วยกัน แล้วจะต้องมี 1 ทีมที่ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบต่อไป เอาแค่นี้ก็ซี้ดปากกันแล้ว ตอนนี้การแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มเสร็จสิ้นลงแล้ว มาดูบทสรุปกลุ่มแห่งความตายนี้กัน
รายชื่อทีมระดับบิ๊กเนม
กลุ่มเอฟ ทำไมถึงมีคนติดตาม เราไปดูรายชื่อในกลุ่มก่อน บาร์เซโลน่ายอดทีมจากแคว้นคาตาลันที่เราคงไม่ต้องถามเรื่องคุณภาพของทีมที่นำโดยเมสซี่ สองโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เสือเหลืองจากเวทีบุนเดสลีก้า ทีมที่เต็มไปด้วยพลังหนุ่มผสานกับผู้เล่นมากประสบการณ์ผสมมาอย่างลงตัว สามอินเตอร์ มิลาน ยักษ์หลับที่ตอนนี้ตื่นแล้วด้วยฝีมือของยอดกุนซือจอมเขี้ยวแท็คติคอย่าง อันโตนิโอ คอนเต้ และสี่ สลาเวีย ปราก อาจจะมองว่าเป็นไม้ประดับแต่พร้อมทำให้ทีมใหญ่สะดุดได้ด้วย
ผลการแข่งขัน
จากรายชื่อทีมบอกเลยว่า แฟนบอลรอคอยการเจอกันของยอดทีมแต่ละลีคอย่างใจจดใจจ่อ ไม่ว่าใครเจอกันที่ไหนก็สามารถแพ้ชนะเสมอกันได้หมดทั้งสามทีม แล้วก็เป็นบาร์เซโลนาแสดงความยอดเยี่ยม ของทีมออกมาอีกครั้งเมื่อพวกเค้าไม่แพ้เลยตลอดการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม ปล่อยให้อินเตอร์ มิลาน และ ดอร์ทมุนด์ ไปแย่งที่สองกันเอง ทำให้เกมที่มาเจอกันเองของทั้งสองทีมมีความหมายมาก อินเตอร์ มิลาน เอาชนะดอร์ทมุนด์ไปได้ก่อนในยกแรก 2-0 ก่อนที่ ดอร์ทมุนด์ จะมาเอาคืนได้ในบ้านตัวเองบ้าง 3-2 ทีนี้อินเตอร์ มิลานมาสะดุดยอดหญ้าตัวเองไม่สามารถเก็บชัยชนะจากสลาเวีย ปรากไปได้ แต่ทางดอร์ทมุนด์ทำได้ ส่งผลให้เจ้าตัวอยู่ในสถานการณ์ลำบากในเกมสุดท้าย ต้องเปิดบ้านเจอชาวต่างดาว บาร์เซโลน่า สุดท้าย แม้ทางบาร์ซาจะส่งนักเตะชุดสองลงมาแต่ก็ไม่ไหว แพ้ไป 1-2
บทสรุปการแข่งขัน
จากการแข่งขันตลอดเส้นทางจำนวนทีมละ 6 เกมที่ผ่านมา ได้บทสรุปว่า บาร์เซโลนา เข้ารอบนฐานะแชมป์กลุ่มไปด้วยสถิติชนะ 4 เสมอ 2 แพ้ 0 มี 14 คะแนน ตามมาด้วย ดอร์ทมุนด์ ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 2 มี 10 คะแนน เข้ารอบตามกันไป ส่งให้อินเตอร์ มิลานที่ยังดีไม่พอไปเล่นยูโรป้าลีค ปิดท้ายกลุ่มแห่งความตายไปอย่างน่าเสียดาย